นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี ฉบันปรับปรุง ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2552

 
คำจำกัดความ

 

  บริษัท                         หมายถึง   บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
  คณะกรรมการบริษัท  หมายถึง  คณะกรรมการ  บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
   
 
1. โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท
     
1.1

 

องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท

   

          บริษัท กำหนดให้มีคณะกรรมการบริษัท ในจำนวนที่เหมาะสมและสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพคือไม่เกิน  12 ท่าน ปัจจุบันมีจำนวน  9 ท่าน  ประกอบด้วยกรรมการที่เป็นตัวแทนผู้ถือหุ้นและเป็นผู้บริหารเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถและความเชี่ยวชาญในธุรกิจของบริษัท นอกจากนี้ เพื่อให้สอดคล้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง บริษัท กำหนดให้โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท ต้องมีกรรมการอิสระอย่างน้อยจำนวน 3 ท่านร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย ปัจจุบันมีจำนวน 4 ท่าน โดยกรรมการอิสระของบริษัท เป็นผู้ที่มีทักษะและประสบการณ์หลากหลาย มีความเป็นผู้นำ สามารถใช้วิจารณญาณได้อย่างเป็นอิสระ   
           ทั้งนี้ หลักเกณฑ์การเป็นกรรมการอิสระของบริษัท  เป็นไปตามคำนิยามของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

 
1.2

 

ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ

   

           คณะกรรมการบริษัท  เป็นผู้เลือกประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ  ซึ่งปัจจุบันเป็นบุคคลท่านเดียวกัน ดำรงตำแหน่งทั้งสองตำแหน่ง

 
1.3

 

คณะกรรมการเฉพาะเรื่อง

   

           คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะเรื่องขึ้น เพื่อรับผิดชอบในการกำกับดูแลและกลั่นกรองงานที่ต้องการความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ซึ่งปัจจุบันประกอบด้วย

 

 

1.3.1 คณะกรรมการตรวจสอบ

               คณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย 3 ท่าน มีภารกิจเสริมสร้างประสิทธิภาพ   ในการดำเนินงานและเพิ่มความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือตลอดจนความโปร่งใสของรายงานทางการเงิน ที่ได้รับการเผยแพร่
   
        อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ
       
      • คณะกรรมการตรวจสอบ มีหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่กำหนดไว้ในกฎบัตรคณะกรรมการตรวจสอบ    ซึ่งเป็นไปตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องคุณสมบัติและขอบเขตการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบ พ.ศ. 2551   ทั้งนี้ คณะกรรมการตรวจสอบที่จัดตั้งขึ้น มีหน้าที่รายงานผลการปฏิบัติงานต่อคณะกรรมการบริษัท อย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง

         
       

    1.3.2 คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

       

              คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ประกอบด้วยกรรมการบริษัทไม่เกิน 4 ท่าน เป็นกรรมการ     ที่เป็นผู้บริหาร จำนวน 2 ท่าน และกรรมการอิสระจำนวน 2 ท่าน โดยกรรมการอิสระหนึ่งท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน มีภารกิจช่วยแบ่งเบาภาระของคณะกรรมการบริษัทและผู้ถือหุ้น สำหรับ

       
      • การพิจารณาคัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการเสนอชื่อรับเลือกตั้งเป็นกรรมการ และผู้บริหารระดับสูง
       
      • การพิจารณาค่าตอบแทนสำหรับคณะกรรมการ และผู้บริหารระดับสูง
         
       

    อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ

       
      • กำหนดวิธีการสรรหาและพิจารณากำหนดค่าตอบแทนอย่างมีหลักเกณฑ์และโปร่งใส เพื่อเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นหรือที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาแล้วแต่กรณี
       
      • พิจารณาโครงสร้าง องค์ประกอบ รวมทั้งคุณสมบัติของกรรมการ และผู้บริหารระดับสูงของบริษัท
       
      • สรรหาและคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเหมาะสมกับกิจการของบริษัท เพื่อเสนอเป็นกรรมการ หรือผู้บริหารระดับสูงในกรณีที่ตำแหน่งว่างลง ต่อคณะกรรมการบริษัท หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาแต่งตั้ง แล้วแต่กรณี
       
      • พิจารณาเสนอโครงสร้างค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารระดับสูง ได้แก่ เงินเดือน บำเหน็จ โบนัส สวัสดิการ ค่าเบี้ยประชุม และผลประโยชน์ตอบแทนอื่นๆทั้งที่เป็นตัวเงินและมิใช่ตัวเงิน
       
      • ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายอันเกี่ยวเนื่องกับการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
       
      • จัดทำรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน เพื่อนำเสนอไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท
                   ทั้งนี้ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 รอบปีบัญชีและมีหน้าที่รายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัท อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
         
        1.3.3 คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง

       

               คณะกรรมการบริษัท แต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยผู้บริหารระดับสูงและผู้บริหาร ที่เกี่ยวข้อง จำนวนไม่เกิน 9 ท่าน มีภารกิจช่วยคณะกรรมการบริษัท ดูแลกระบวนการบริหารความเสี่ยงโดยรวมให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

       

               คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง ต้องดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีการบริหารความเสี่ยง ที่มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพในการครอบคลุมความเสี่ยงทั้งหมด ซึ่งรวมถึงการกำหนด ประเมิน ลด และ ติดตามความเสี่ยง

         
       

    อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบ

       
      • ศึกษา ทบทวนและประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงแนวโน้มของผลกระทบที่อาจมีต่อองค์กร     ทั้งความเสี่ยงจากภายนอกและภายในองค์กร โดยครอบคลุมอย่างน้อย 4 ประการดังนี้
       
        • ความเสี่ยงทางการเงิน
        • ความเสี่ยงด้านการดำเนินงาน
        • ความเสี่ยงด้านธุรกิจ
        • ความเสี่ยงจากเหตุการณ์ภายนอก
       
         
        • กำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยง เสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาในเรื่องการบริหารความเสี่ยงโดยรวม
         
        • กำหนดกลยุทธ์ โครงสร้างขององค์กรและทรัพยากรที่ใช้ในการบริหารความเสี่ยงของบริษัท ให้สอดคล้องกับนโยบายการบริหารความเสี่ยงตลอดจนกลยุทธ์และทิศทางธุรกิจของบริษัท
         
        • กำหนดวงเงินหรือประเภทของกิจกรรมตามความเสี่ยงเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท เพื่อขออนุมัติเป็นเกณฑ์ในการปฏิบัติงาน ในสถานการณ์ตามความเสี่ยงแต่ละประเภท
         
        • กำกับดูแลตลอดจนทบทวนนโยบาย กลยุทธ์ และวิธีปฏิบัติ เพื่อให้มั่นใจได้ว่ากลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง ได้นำไปปฏิบัติอย่างเหมาะสม
         
        • ให้มีอำนาจแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อประเมินและติดตามความเสี่ยงทั่วองค์กร
         
        • เรื่องอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการบริษัท มอบหมาย
         

                 ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการบริหารความเสี่ยง มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปีบัญชี และมีหน้าที่รายงาน  ผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อพิจารณาก่อนเสนอให้คณะกรรมการบริษัทรับทราบทุก ไตรมาส

           
           
      1.4

       

      วาระการเป็นกรรมการบริษัท และกรรมการเฉพาะเรื่อง

                     บริษัท มิได้กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทไว้ โดยยึดหลักปฏิบัติตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน ที่กำหนดว่าในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญแต่ละปี ให้กรรมการจำนวน 1 ใน 3 จะออกจากตำแหน่ง โดยกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งดังกล่าว สามารถได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการใหม่ได้ หากได้รับการเสนอชื่อและแต่งตั้งใหม่โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้น
                     นอกจากนี้ บริษัท ไม่ได้กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการเฉพาะเรื่องไว้เช่นกัน แต่หากกรรมการบริษัทท่านใดพ้นจากตำแหน่งกรรมการบริษัท  ก็ให้พ้นจากการเป็นกรรมการเฉพาะเรื่องด้วย
           
      1.5

       

      การเป็นกรรมการบริษัทจดทะเบียนอื่น

                     บริษัท กำหนดให้กรรมการ สามารถเป็นกรรมการบริษัทจดทะเบียนอื่นได้ โดยเมื่อรวมบริษัทแล้วไม่เกินจำนวน 5 บริษัทจดทะเบียน ทั้งนี้เพื่อให้การทำหน้าที่กรรมการบริษัท เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
       

      2. หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

           
      2.1

       

      หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท

                     คณะกรรมการบริษัท  มีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้นเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท  และการกำกับดูแล ให้การบริหารจัดการเป็นไปตามนโยบาย เป้าหมายและแนวทางที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเพิ่มมูลค่าแก่ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง  มีจริยธรรมที่ดีและคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย  คณะกรรมการบริษัท มีหน้าที่ปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทและมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น  ตลอดจนหลักเกณฑ์และข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ด้วยความซื่อสัตย์และระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทั้งในปัจจุบันและในระยะยาว
                  คณะกรรมการบริษัท แต่งตั้งคณะผู้บริหาร ซึ่งเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถอย่างเพียงพอ เพื่อทำหน้าที่ดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามนโยบายและเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยคณะกรรมการบริษัท มีการติดตามผลการดำเนินงานของบริษัทตลอดเวลา  ตลอดจนมีสิทธิร้องขอข้อมูลของบริษัทได้อย่างอิสระ
                  และเพื่อให้การปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการบริษัท ได้แต่งตั้งกรรมการท่านหนึ่งดำรงตำแหน่ง เลขานุการบริษัท มีหน้าที่และความรับผิดชอบตามที่กำหนด ไว้ในพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551

           
          อำนาจการพิจารณาและอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท
         
      • คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจและหน้าที่จัดการบริษัท ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน  พ.ศ. 2535
      • กำหนดเป้าหมายและนโยบายการดำเนินธุรกิจเพื่อให้ฝ่ายบริหารนำไปปฏิบัติ
      • ควบคุมดูแลคณะผู้บริหาร ให้บริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพและซื่อสัตย์สุจริต
      • จัดประชุมผู้ถือหุ้นอย่างน้อยปีละครั้งเพื่อรายงานผลการดำเนินงานของบริษัท ให้ผู้ถือหุ้นรับทราบและอนุมัติและเพื่อขอมติต่างๆจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นในเรื่องที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท เช่น การประกาศจ่ายเงินปันผล เป็นต้น
      • จัดประชุมคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยสามเดือนต่อครั้ง
      • การทำธุรกรรมหรือการกระทำใดๆ อันมีผลกระทบที่สำคัญต่อฐานะทางการเงิน ภาระหนี้สินและชื่อเสียงของบริษัท  เช่น  การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน เป็นต้น
      • การทำรายการเกี่ยวโยงกันระหว่างบริษัท บริษัทย่อย  บริษัทร่วม กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ในประเภทและขนาดรายการ ที่ไม่จำเป็นต้องขอมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
      • การกำหนดให้บริษัท มีระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในที่มีประสิทธิภาพ
      • การกำกับดูแลให้การรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลอื่นๆต่อผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่างๆ เป็นไปอย่างถูกต้อง  ครบถ้วนและโปร่งใส
      • การแต่งตั้งและกำหนดอำนาจหน้าที่ให้กับคณะกรรมการเฉพาะเรื่องชุดต่างๆ
      • การกำหนดและเปลี่ยนแปลงผู้มีอำนาจในการทำนิติกรรมผูกพันของบริษัท
      • การกำหนดนโยบาย  กลยุทธ์การทำธุรกิจ  แผนงานและงบประมาณประจำปีของบริษัท
      • การติดตามผลงานและผลประกอบการรายไตรมาสและประจำปีของบริษัท
      • การทำสัญญาใดๆ ที่ไม่เกี่ยวกับการทำธุรกิจปกติและสัญญาที่เกี่ยวกับการทำธุรกิจปกติที่เป็นสาระสำคัญ
      • การจัดให้มีการกำกับดูแลให้มีการบริหารจัดการตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
      • การปรับเปลี่ยนขอบเขตอำนาจพิจารณาอนุมัติของคณะกรรมการบริษัท ตามรายการข้างต้น

       

           
      2.2

       

      นโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ

                     คณะกรรมการบริษัท ปฏิบัติตามข้อพึงปฏิบัติที่ดีสำหรับกรรมการบริษัทจดทะเบียน ตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ตลอดจนกฎหมาย ระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้มีมาตรฐานการจัดการที่ดี มีความโปร่งใส รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
      โดยคณะกรรมการบริษัท มีการทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น อย่างสม่ำเสมออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

           
      2.3

       

      ความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น

                     คณะกรรมการบริษัท ตระหนักถึงหน้าที่ในการดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นรายใหญ่และรายย่อย ตามสิทธิอย่างเป็นธรรม  โดยผู้ถือหุ้นสามารถใช้สิทธิในการดูแลผลประโยชน์ของตน โดยการแสดงความเห็นให้ข้อเสนอแนะและออกเสียงลงมติในที่ประชุมผู้ถือหุ้น ใช้สิทธิร่วมตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญต่างๆ การเลือกตั้งคณะกรรมการบริษัท  ตลอดจนการได้รับข้อมูลข่าวสารอย่างถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส เปิดเผยและสามารถตรวจสอบได้ โดยเมื่อการประชุมผู้ถือหุ้นแล้วเสร็จ บริษัท จักได้แจ้งมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นดังกล่าว ผ่านระบบสารสนเทศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในระยะเวลาที่กำหนดคือ 9.00 น. ของวัน   ทำการถัดไป

       
      2.4

       

      การเคารพสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกส่วน

                     คณะกรรมการบริษัท  เคารพสิทธิและให้ความเป็นธรรมแก่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ  อันได้แก่   ผู้ถือหุ้น พนักงาน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทางธุรกิจได้แก่ ผู้ร่วมลงทุน เจ้าหนี้ คู่ค้า ลูกค้า ผู้ขายสินค้าและบริการตลอดจนสังคมรอบข้าง ตามหลักจรรยาบรรณาทางธุรกิจที่บริษัท ได้ประกาศไว้

       
      2.5

       

      การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใสและสื่อสารต่อนักลงทุน สื่อมวลชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง

                    คณะกรรมการบริษัท  มีนโยบายที่จะเปิดเผยข้อมูลและสารสนเทศทั้งด้านการเงินและมิใช่ด้านการเงิน ซึ่งเกี่ยวกับธุรกิจและผลประกอบการของบริษัท ที่ตรงต่อความเป็นจริง ครบถ้วนเพียงพอ สม่ำเสมอ ทันเวลาและแสดงให้เห็นถึงผลการดำเนินงานที่แท้จริงของบริษัท
                คณะกรรมการบริษัทมอบหมายให้ เลขานุการบริษัท ทำหน้าที่สื่อสารและเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศดังกล่าว ด้วยความโปร่งใส ถูกต้องครบถ้วนและทันเวลา แก่นักลงทุน  สื่อมวลชน  ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกลุ่มอื่นๆ ผ่านทางสื่อต่างๆ ได้แก่ หนังสือพิมพ์ เวบไซด์ของบริษัท รวมถึงผ่านการจัดประชุมหรือการแถลงข่าวต่างๆของบริษัท
                นอกจากนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกและเป็นช่องทางการสื่อสารให้กับผู้ถือหุ้น ตลอดจนผู้ให้ความสนใจในธุรกิจบริษัท สามารถติดต่อและให้ข้อเสนอแนะ คำแนะนำ ต่อกรรมการบริษัทหรือผู้บริหาร  บริษัท ได้จัดช่องทางการสื่อสารผ่านคอลัมน์ “นักลงทุนสัมพันธ์”บนเว็บไซด์ของบริษัทคือ   www.srithaisuperware.com

       
      3. การปฎิบัติงานของคณะกรรมการ
       
      3.1

       

      การประชุมคณะกรรมการบริษัท

                     คณะกรรมการบริษัท กำหนดให้มีการประชุมไม่ต่ำกว่าปีละ 4 ครั้ง โดยกำหนดรอบการประชุมไว้ล่วงหน้าตลอดปีอย่างชัดเจน  การประชุมแต่ละครั้ง เลขานุการบริษัท ทำหน้าที่จัดส่งหนังสือเชิญประชุมและเอกสารข้อมูลประกอบการประชุมให้กรรมการล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เพื่อได้มีเวลาศึกษาและพิจารณา การพิจารณาวาระต่างๆ จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม
                 การ ประชุมทุกครั้ง มีการจัดเวลาและสถานที่ประชุมไว้อย่างสะดวก เพื่อเปิดโอกาสให้กรรมการทุกท่านสามารถแสดงความเห็นและอภิปรายในแต่ละวาระได้อย่างเพียงพอ  โดยเลขานุการบริษัท ทำหน้าที่นำเสนอสาระสำคัญในแต่ละวาระการประชุมเพื่อประมวลความเห็น และให้ได้ข้อสรุปมติที่ประชุม เพื่อนำไปดำเนินการต่อไป
                 ทั้งนี้บริษัทได้รายงานจำนวนครั้งการเข้าประชุมของกรรมการแต่ละท่านในรายงานประจำปีด้วย

           
      3.2   รายงานของคณะกรรมการบริษัท
                     คณะกรรมการบริษัท จัดให้มีการจัดทำงบดุลและงบกำไรขาดทุน ณ วันสิ้นสุดของแต่ละไตรมาสและ ณ วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีของบริษัท และจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามที่กฎหมายกำหนด โดยมอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่พิจารณางบการเงินของบริษัท และงบการเงินรวมว่าเป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไปภายใต้ข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
                 ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทโดยประธานกรรมการ ได้จัดทำรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงิน เพื่อเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัทด้วย

           
      3.3   การจัดประชุมผู้ถือหุ้น
                     คณะกรรมการบริษัท  จัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมสามัญประจำปี ภายในสี่เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีของบริษัท ในเวลาและสถานที่ที่บริษัทจัดไว้ให้สะดวกต่อการประชุม
                 หนังสือเชิญประชุมประกอบด้วยวาระการประชุมและเรื่องที่จะเสนอต่อที่ประชุมพร้อมด้วยรายละเอียดตามสมควร พร้อมทั้งระบุในแต่ละวาระให้ทราบว่าเป็นการเสนอเพื่อทราบ เพื่ออนุมัติ หรือเพื่อพิจารณาแล้วแต่กรณี โดยมีความเห็นของคณะกรรมการบริษัทในเรื่องดังกล่าวด้วย 
                 บริษัท จัดส่งหนังสือเชิญประชุมให้ผู้ถือหุ้นทั้งในประเทศและต่างประเทศ และนายทะเบียนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนการประชุม พร้อมทั้งแนบหนังสือมอบอำนาจที่ผู้ถือหุ้นอาจมอบหมายให้กรรมการอิสระรายหนึ่งรายใด ลงคะแนนแทนได้
                 ในระหว่างการประชุม ประธานฯที่ประชุม ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นทุกคนสามารถแสดงความคิดเห็นหรือตั้งคำถามต่อคณะกรรมการบริษัทหรือคณะผู้บริหารได้อย่างเท่าเทียมกันตามระเบียบวาระการประชุม

                  อนึ่ง คณะกรรมการบริษัท  อาจเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการประชุมวิสามัญเมื่อใดก็ได้สุดแล้วแต่จะเห็นสมควร หรือผู้ถือหุ้นรวมกันนับจำนวนหุ้นได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนที่จำหน่ายได้ทั้งหมด หรือ    ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่ายี่สิบห้าคนซึ่งมีหุ้นนับรวมกันได้ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมด จะเข้าชื่อกันทำหนังสือถึงคณะกรรมการบริษัท เรียกประชุมผู้ถือหุ้นเป็นการวิสามัญเมื่อใดก็ได้ แต่ต้องระบุเหตุผลในการที่ขอให้เรียกประชุมไว้ให้ชัดเจนในหนังสือดังกล่าวด้วย ในกรณีเช่นนี้ คณะกรรมการบริษัท ต้องจัดให้มีการประชุมผู้ถือหุ้นภายในหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ได้รับหนังสือจากผู้ถือหุ้น ทั้งนี้เป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท
       
      4. การขัดแย้งทางผลประโยชน์
       
                 ในการทำธุรกรรมระหว่างบริษัทหรือบริษัทย่อยกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน เช่น  ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นใหญ่หรือผู้มีอำนาจควบคุมบริษัท เป็นต้น  ซึ่งเป็นรายการที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์นั้น  คณะกรรมการบริษัทได้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและการเปิดเผยรายการที่เกี่ยวโยงกัน ซึ่งกำหนดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่บริษัทและผู้ถือหุ้นตลอดจนเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการทำรายการ

       
      5. การดูแลเรื่องใช้ข้อมูลภายใน
       
                 คณะกรรมการบริษัท  ให้ความสำคัญในเรื่องการใช้ข้อมูลภายในของกรรมการ ผู้บริหาร ที่อาจใช้ข้อมูลที่ยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นการทั่วไปเพื่อใช้ประโยชน์ส่วนตนในการซื้อขายหลักทรัพย์บริษัท คณะกรรมการบริษัท จึงกำหนดระเบียบปฏิบัติเรื่อง การซื้อขายหลักทรัพย์บริษัท พร้อมทั้งบทลงโทษเพื่อถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

       
      6. การควบคุมภายในและการตรวจสอบภายใน
       
                 คณะกรรมการบริษัท  กำหนดให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพและสอดคล้องต่อการปฏิบัติงานจริง พร้อมจัดตั้งหน่วยงานตรวจสอบภายใน ให้ทำหน้าที่สอบทานการปฏิบัติงานขององค์กรว่า      มีระบบการควบคุมภายในอย่างเพียงพอและเหมาะสม
                 ทั้งนี้ หน่วยงานตรวจสอบภายในดังกล่าว อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการตรวจสอบ 

       
       

      สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2552  บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)
      www.srithaisuperware.com

       
       
      Go to top