ภาชนะเมลามีน เลือกใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

ภาชนะเมลามีน เลือกใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

เมลามีน ถูกนำมาผลิตเป็นจาน ชาม หรือภาชนะใส่อาหารที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เพราะนอกจากค วามสวยงามของลวดลายที่หลากหลายแล้ว ความคงทนก็นับเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ร้านค้า ครัวเรือน ต่างเลือกใช้ภาชนะเมลามีนกันอย่างแพร่หลาย จากความนิยมใช้ภาชนะเมลามีนนี้เอง ทำให้มีภาชนะเลียนแบบที่ผลิตจากวัสดุที่มีลักษณะคล้ายเม ลามีนวางจำหน่ายตามท้องตลาดมากมาย ซึ่งใช้วัตถุดิบที่ไม่เหมาะสมต่อการผลิตภาชนะบรรจุอาหาร โดยเมื่อนำไปใช้งานแล้วสารเคมีจากภาชนะจะมีโอกาสปนเปื้อนลงสู่อาหารจนก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ บริโภคได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นผู้บริโภคจึงควรทราบถึงข้อสังเกตในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เมลามีนที่มีคุณ ภาพที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมจึงจะไม่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพในระยะยาว




    ข้อมูลความปลอดภัยกับอาหาร

    คุณอุมา บริบูรณ์ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้าฝ่ายวัส ดุสัมผัสอาหาร รองผู้อำนวยการสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า

    “ในปี 2556 กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ทำการ สำรวจภาชนะที่วางจำหน่ายตามท้องตลาด แล้วนำมาตรวจวิเคราะห์ด้วย เครื่อง Fourier Transform Infrared Spectrophotometer (FT-IR) พบว่า มีทั้งผลิตภัณฑ์เมลามีน-ฟอร์มาลดีไฮด์ (Melamine Formaldehyde) หรือ เรียกว่าเมลามีน 100% ซึ่งถูกต้องตรงตามฉลากที่ระบุ และพบผลิตภัณฑ์ยู เรีย-ฟอร์มาลดีไฮด์ (Urea-Formaldehyde) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตั้งใจทำให้ ดูคล้ายเมลามีน แต่ไม่เหมาะสมสำหรับการนำมาใช้เป็นภาชนะใส่อาหาร

    โดยภาชนะที่พบนี้ หากสังเกตด้วยตาเปล่าจะไม่สามารถแยกความแตกต่าง ได้เลย ทำให้กระทรวงสาธารณสุขต้องมีมาตรการในการรณรงค์ให้ผู้บริโภค หันมาใส่ใจถึงคุณภาพของภาชนะใส่อาหารซึ่งมีผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ บริโภค”



      ข้อสังเกตผลิตภัณฑ์

      โดยคุณอุมาแนะนำให้ตั้งข้อสังเกตเบื้องต้น ดังนี้

          1. ตรวจสอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน เช่น เครื่องหมายผลิตภัณฑ์

              อุตสาหกรรมตามมาตรฐานนี้จะต้องผ่านการตรวจสอบทั้งคุณลักษณะที่

              จำเป็นต่อการใช้งาน และผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย สามา

              รถใช้บรรจุอาหารได้ตามที่ฉลากระบุไว้

          2. หากไม่มีเครื่องหมายรับรอง ต้องมีฉลากที่ระบุชนิดของวัตถุดิบที่ใช้

              ทำผลิตภัณฑ์ว่าเป็นเมลามีน 100%

          3. สังเกตฉลาก ควรมีข้อกำหนดการใช้งาน และมีแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้

             

      แม้เมลามีน-ฟอร์มาลดีไฮด์ กับ ยูเรีย-ฟอร์มาลดีไฮด์ จะเป็นแอมิโนพลาสติก

       (Aminoplastic) ในกลุ่มเทอร์มอเซต (Thermoset Plastic) เหมือนกัน แต่

      ผ่านกระบวนการผลิตต่างกันทำให้ได้ผลลัพธ์ที่แตกต่าง โดยเมลามีนเมื่อ

      ทำปฏิกิริยากับฟอร์มาลดีไฮด์จะได้สารประกอบที่มีโครงสร้างการจัดเรียงตัว

      ของโมเลกุลในลักษณะโครงร่างตาข่ายที่แข็งแรงกว่ายูเรีย–ฟอร์มาลดีไฮด์

      ที่สำคัญเมลามีน-ฟอร์มาลดีไฮด์ หรือที่ระบุว่า ภาชนะเมลามีน 100% ได้รับ

      การรับรองคุณภาพและความปลอดภัย ตามเกณฑ์มาตรฐานของภาชนะบรรจุ

      ที่ทำจากพลาสติก และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มอก. 524-2539 อีกด้วย


      ความเป็นจริงนั้น ยูเรีย–ฟอร์มาลดีไฮด์ มีคุณสมบัติที่เหมาะสำหรับใช้ใน

      อุตสาหกรรมบางประเภทเท่านั้น อาทิ ตัวถังรถยนต์ เครื่องสุขภัณฑ์ ปลั๊กไฟ

      เป็นต้น ดังนั้นผู้นำเข้าสินค้าหรือผู้ผลิตจากต่างประเทศที่ไม่มีความรับผิด

      ชอบจึงนำภาชนะเหล่านี้มาจำหน่ายในราคาถูก แต่ภาชนะเหล่านี้ หากสัมผัส

      กับอาหารที่มีความร้อนสูง มีไขมัน หรือเป็นกรด โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหาร

      รสจัดของไทย เช่น ต้มยำ แกงส้ม ผัดกะเพรา จะทำให้สารอันตรายจากยู

      เรีย-ฟอร์มาลดีไฮด์แพร่ออกมาได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค

      โดยตรง


      ผู้บริโภคจึงควรตระหนักถึงอันตรายแม้เพียงจุดเล็กน้อยที่อยู่ในการดำเนิน

      ชีวิตประจำวัน โดยให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับเครื่อง

      หมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ มอก. และผลิตจากบริษัทผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ

      ซึ่งได้การรับรองตามมาตรฐาน มอก. เท่านั้น


        การทดสอบทางเคมีระหว่าง เมลามีน-ฟอร์มาลดีไฮด์

        การทดสอบทางเคมีระหว่าง เมลามีน-ฟอร์มาลดีไฮด์ หรือชิ้นงานเมลามีน

        100% (ขวา) และ ยูเรีย-ฟอร์มาลดีไฮด์ (ซ้าย)


        1. สภาพก่อนการทดสอบ เมื่อมองด้วยตาเปล่าจะไม่สามารถสังเกตเห็น ความแตกต่างได้เลย



          ทดสอบด้วยการต้มในน้ำเดือด

          2. ทดสอบด้วยการต้มในน้ำเดือด 10 รอบการทดสอบ พบว่าความเงาของ

          ชิ้นงานยูเรีย-ฟอร์มาลดีไฮด์ลดลง ในขณะที่ชิ้นงานเมลามีน 100% จะคง

          ความเงาในลักษณะเดิมอยู่


            ทดสอบการติดสีด้วยโรดามีน

            3. ทดสอบการติดสีด้วยโรดามีน พบว่าชิ้นงานยูเรีย-ฟอร์มาลดีไฮด์ จะติดสี

            ของโรดามีนได้ง่ายมาก แต่ในขณะที่ชิ้นงานเมลามีน 100% จะพบการติดสีที่

            น้อยกว่า ซึ่งการทดสอบนี้เป็นการจำลองอาหารที่สามารถทิ้งคราบไว้บนภา

            ชนะได้ เช่น แกงส้ม แกงเหลือง เย็นตาโฟ เป็นต้น


              ทดสอบด้วยกรด

              4. ทดสอบด้วยกรด พบว่าชิ้นงานยูเรีย-ฟอร์มาลดีไฮด์ ไม่สามารถทนต่อการ

              ทดสอบด้วยกรดได้ ส่งผลให้ผิวชิ้นงานถูกทำลายไปอย่างมาก แต่ในขณะที่

              ชิ้นงานเมลามีน-ฟอร์มาลดีไฮด์ สามารถทนต่อการทดสอบด้วยกรดได้ดี ซึ่ง

              การทดสอบนี้คล้ายกับการจำลองอาหารรสจัดประเภทต้มยำที่คนไทยชื่น

              ชอบ


                การเลือกใช้ภาชนะเมลามีน

                การเลือกใช้ภาชนะเมลามีนในปัจจุบัน นอกจากต้องคำนึงถึงกระบวนการ

                ผลิตและวัตถุดิบที่ได้มาตรฐานแล้ว เรื่องของดีไซน์สีสัน ลวดลาย ก็นับเป็น

                อีกปัจจัยที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ บริษัท ไทย เอ็มเอฟซี จำกัด

                ในธุรกิจเคมิคอลส์ เอสซีจี ผู้ผลิตวัตถุดิบเมลามีน จึงพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่าง

                ต่อเนื่องในทุกด้าน ทั้งการวิจัย การออกแบบวัสดุ ตลอดจนการเลือกส่วน

                ผสม เพื่อเพิ่มความสามารถให้ผู้ผลิตจานชามเมลามีนสามารถผลิตสินค้า

                เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้หลากหลายรูปแบบมากยิ่งขึ้น

                อาทิ สีเอิร์ธโทน ผิวสัมผัสและลวดลายหินทราย ซึ่งได้รับความนิยมอย่าง

                มาก


                ขอบคุณชิ้นงานจากบริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)


                  สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
                  ฝ่ายบริการลูกค้า ภาชนะเมลามีน เลือกใช้อย่างไรให้ปลอดภัย


                  หมวดหมู่ผลิตภัณฑ์เมลามีน

                  
                  กลับสู่ด้านบน