• 2506
  • 2515
  • 2522
  • 2536
  • 2548
  • 2558
  • ปัจจุบัน

ปี พ.ศ.2506

เริ่มดำเนินธุรกิจภายใต้ชื่อ “หจก.อุตสาหกรรม ศรีไทยพลาสติก” โดย นายสุมิตร เลิศสุมิตรกุล เป็นผู้ก่อตั้งเมื่อวันที่1 สิงหาคม พ.ศ. 2506 เพื่อทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายของใช้พลาสติกในครัวเรือน

ปี พ.ศ.2515

ได้เปลี่ยนชื่อกิจการเป็น “หจก.อุตสาหกรรมศรีไทยซุปเปอร์แวร์” และปรับโครงสร้างการบริหารงานโดยแต่งตั้งนายสนั่น อังอุบลกุล ดำรงตำแหน่งผู้จัดการโรงงาน โดยเพิ่มอีกหนึ่งธุรกิจผลิตเครื่องใช้เมลามีนบนโต๊ะอาหาร

ปี พ.ศ.2522

เปลี่ยนจากห้างหุ้นส่วนจำกัดเป็นบริษัทจำกัด ภายใต้ชื่อ “บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด” ต่อมาได้เข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2534 เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 170 ล้านบาท เป็น 200 ล้านบาท และได้เปลี่ยนสถานะเป็นบริษัทมหาชน เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2536

ปี พ.ศ.2536

เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 470 ล้านบาท พ.ศ. 2537 และเพิ่มทุนจดทะเบียนอีกครั้งเป็น 500 ล้านบาท พ.ศ. 2539 ภายหลังการปรับโครงสร้างหนี้จากผลกระทบของวิกฤติเศรษฐกิจในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิค ทำให้ทุนที่ชำระแล้วของบริษัทฯเพิ่มขึ้นจาก 400 ล้านบาท เป็น 2,857 ล้านบาท และได้ลดทุนเหลือ 2,709.9 ล้านบาทในปี 2548 จากการซื้อหุ้นคืน

ปี พ.ศ.2548

คณะกรรมการบริษัทมีมติแต่งตั้งนายสนั่น อังอุบลกุล กรรมการผู้จัดการให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการอีกหนึ่งตำแหน่ง แทนนายสุมิตร เลิศสุมิตรกุล อดีตประธานกรรมการของบริษัทฯ ซึ่งได้ถึงแก่กรรม

ปี พ.ศ.2558

บริษัทฯได้ rebranding และเริ่มใช้โลโก้ใหม่เพื่อให้มีความเป็นสากล รองรับธุรกิจที่หลากหลาย มีความทัน สมัย และลูกค้าจดจำง่าย ดังนี้ Brand บริษัทฯ (Corporate Brand) Brand สินค้า Brand ประเภทธุรกิจ นอกจากนี้ธุรกิจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันบริษัทฯมีการเติบโตของธุรกิจและรายได้มีฐานะการเงินและผลประกอบการที่ดีและมั่นคง อันเป็นผลจากการขยายธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มอย่างต่อเนื่องของกลุ่มบริษัท ซึ่ง เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีความต้องการของตลาดสูง การปรับตัวทางธุรกิจและการดำเนินกลยุทธ์ด้านการผลิตและตลาดสำหรับสายธุรกิจหลักทั้งผลิตภัณฑ์เพื่องานอุตสาหกรรมและผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ในครัวเรือนเพื่อรองรับผลกระทบจากความไม่แน่นอนของภาวะ เศรษฐกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ และการประสบความสำเร็จในการขยายฐานการผลิตในต่างประเทศ โดยเฉพาะบริษัทย่อยในประเทศเวียดนามที่ส่งผลเด่นชัดของการเติบโตทั้งธุรกิจและรายได้นอกจากนี้ด้วยความมุ่งมั่นของบริษัทฯที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อขยายธุรกิจและกำลังการผลิตสำหรับกลุ่มสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาดและมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศในแถบอาเซียน การเพิ่มประสิทธิภาพของการผลิต การพัฒนาคุณภาพสินค้าและ การตอบสนองความต้องการของลูกค้าบนพื้นฐานการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการบริหารจัดการองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาลและการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม จะส่งผลให้ธุรกิจและรายได้ของบริษัทฯมีการเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

ปัจจุบัน

เราเชื่อมาโดยตลอดว่า การทำธุรกิจมิได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อยอดขายหรือกำไรเท่านั้น แต่องค์กรจะต้องตระหนักถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม เพราะธุรกิจเองไม่สามารถดำเนินไปได้โดยปราศจากการสนับสนุนโดยสังคมรอบด้าน ด้วยความเชื่อมั่นดังกล่าว ทำให้เราลงทุนในเครื่องจักร อุปกรณ์การผลิตและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อปรับปรุงและพัฒนากระบวนการผลิตและการทำงานในทุกขั้นตอนของ Value Chain ควบคู่ไปกับการสรรสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่สร้างมลภาวะ ประหยัดการใช้ทรัพยากร ภายใต้หลักการ 3S คือ Save Material, Save Energy, Save the World ซึ่งเป็นหลักการที่เราใช้ในทุกแห่งที่เรามีฐานธุรกิจนอกจากการลงทุนในทรัพย์สินแล้ว ทรัพยากรบุคคลก็เป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญอย่างมาก โดยถือว่า Employees Come First เพราะบุคลากรเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่จะผลักดันให้ธุรกิจเดินต่อไปได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ขณะเดียวกันบุคลากรเหล่านั้นก็ต้องทำงานอย่างมีความสุขด้วย ทั้งนี้เรายังคำนึงถึงสมาชิกในชุมชนใกล้เคียงศรีไทย โดยให้ทุนการศึกษา ส่งเสริมการฝึกอาชีพแก่เด็กนักเรียนและคนในชุมชนให้มีอาชีพติดตัว จ้างคนท้องถิ่นมาทำงานเพื่อเพิ่มพูนรายได้ให้แก่สมาชิกชุมชน รวมถึงโครงการพัฒนาทักษะแก่คนพิการเพราะเราเชื่อว่า Human Capital จะส่งผลให้สังคมอยู่ดีมีสุข (Social Capital)

กลับสู่ด้านบน